Archive

Archive for the ‘กินลมชมวิว ภูเก็ต’ Category

จุดชมวิวกังหันลม

สิ่งที่พลาดไม่ได้อย่างหนึ่งเวลามาเที่ยวภูเก็ตก็คือ ..
การมานั่งรอเฝ้าชม …
พระอาทิตย์ตกน้ำจ๋อมแจ๋มยามเย็น

วันนี้จะพาไปจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะภูเก็ต
ซึ่งนักท่องเที่ยวทั่วไปอาจยังไม่ค่อยทราบกันเท่าไหร่
สถานที่ว่านั่น ก็คือ … จุดชมวิวกังหันลม

จุดชมวิวกังหันลม จะมีสัญลักษณ์ก็คือ มีกังหันลมสีขาวเก๋ ๆ แบบของฝรั่งตั้งอยู่บนยอดเขาของจุดชมวิว
ซึ่งยอดเขานี้มีชื่อเรียกว่า เขาแดง
หากคุณขับรถจากหาดในหานมุ่งหน้าไปทางแหลมพรหมเทพ
จุดชมวิวกังหันลมนี้จะถึงก่อน … โดยจะมีทางแยกทางขวาเลี้ยวขึ้นไป

ดูแผนที่ประกอบ

View Larger Map

……

บนยอดเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของกังหันลม
จะมีศาลาชมวิวตั้งอยู่ ซึ่งเมื่อมองไปทางซ้าย ..
ก็จะเห็น หาดยะนุ้ย หาดเล็ก ๆ แต่เก๋อยู่ข้างล่าง
และมองเห็นแหลมพรหมเทพที่แสนโด่งดัง .. อยู่ถัดไป
.

ตรงหน้าของเราก็จะมองเห็นวิวพระอาทิตย์ตกน้ำป๋อมแป๋มพอดี
โดยมีเกาะเล็ก ๆ อยู่ตรงหน้าเป็น Foreground ให้ดู Classic
.

เมื่อมองไปทางขวามือ ..
ก็จะเห็นหาดในหานอยู่ลิบ ๆ
.

ที่นี่อากาศดี ลมพัดเย็นสบาย
นักท่องเที่ยวยังไม่ค่อยมาก จึงมีคนนิยมเอาเครื่องร่อนบังคับรวมถึงพาราซูทมาเล่นให้ดูเพลิน ๆ

บริเวณเนินเขาก็เป็นทุ่งหญ้าสีทอง
เวลาโดนแดดยามเย็น .. ก็สวยดี

ครั้งต่อไป .. หากจะชมพระอาทิตย์ตกดินที่ภูเก็ต
ลองเปลี่ยนมาชมที่นี่ดูนะคะ … รับรองว่าคุณจะประทับใจอย่างแน่นอน

ให้ทาย .. ภูเก็ตมีวงเวียนจราจรทั้งสิ้นกี่แห่ง

เวลาไปตามจังหวัดต่าง ๆ
สิ่งปลูกสร้างสาธารณะที่มักจะเห็นกันอยู่บ่อย ๆ และเจนตา ก็คือ
วงเวียนน้ำพุ กับ หอนาฬิกา
…..

ไปจังหวัดไหน ก็มีกันแทบทุกจังหวัด
ไม่รู้ทำไม …

เช้าวันอาทิตย์ก่อนนู้น … เราเกิดอยากกินข้าวแกงขึ้นมา
เลยขับรถไปกินข้าวแกงแถวหอนาฬิกา ในเมืองภูเก็ต
กินเสร็จก็เดินเอื่อยเฉื่อยอยู่จะมาขึ้นรถ ….
เผอิญ 8 โมงเช้าพอดี
เค้าเปิดเพลงชาติ ก็เลยยืนเคารพธงชาติอยู่หน้าหอนาฬิกา …

ในขณะที่เคารพเพลงชาติ ตาก็มองซาบซึ้งสถาปัตยกรรมหอนาฬิกาตรงหน้า
ว่าทำไมสัดส่วนมันแปลก ๆ แบบนี้นะ …
ก็ให้เกิดความสงสัยขึ้นมาว่่า …
ที่ภูเก็ตนี่มีวงเวียนจราจรใหญ่ ๆ ทั้งหมดกี่แห่งกันนะ

นั่นก็เป็นที่มาของปฏิบัติการ ล่าถ่ายรูปวงเวียนทั่วเกาะภูเก็ต
โดยตั้งนาฬิกาปลุก ตี 5 ทุกวันเป็นเวลา 1 สัปดาห์
แหกขี้ตาตื่น หลังจากจิบกาแฟแก้ง่วงเสร็จ ..
ก็รีบบึ่งรถไปยัง วงเวียนเป้าหมายในใจแต่ละวัน
เพื่อให้ทันก่อน 6 โมงครึ่งตอนเช้า …
เพราะว่า ไฟในวงเวียนจะดับตอนเวลานั้น ซึ่งหากไฟดับ ภาพก็จะไม่สวยเท่าไหร่

เรามานับพร้อมกันเลย …

วงเวียนที่ 1 : วงเวียน ท้าวเทพกษัตรีย์ ท้าวศรีสุนทร

เป็นวงเวียนแรกที่ใครมาภูเก็ตก็ต้องผ่านกันทุกคน
เราไปถึงเกือบ 6 โมงครึ่งแล้ว ….
รถก็เริ่มเยอะ ฟ้าก็สว่างไวมาก
องค์ท่านก็ดำไม่เห็นรายละเอียดเด่นชัด
เรายิ่งงอกง่อยเรื่องวัดแสงอยู่ด้วย เลยทำได้ดีสุดเท่านี้แหละจ้า …

โชคดีมากหลังจากวันนั้นเป็นต้นมา
ไม่เห็นเค้าเปิดไฟให้ท่านอีกเลย ….
รู้สึกไฟจะเสีย และอยู่ในระหว่างการซ่อมแซม

วงเวียนที่ 2 : วงเวียนสุริยเดช ( ชาวบ้านเรียกกันว่า วงเวียนน้ำพุ )

เป็นวงเวียนที่ถ่ายยากที่สุด เพราะว่า ฉากหลัง รกมาก ก ก ก ก ไม่รู้จะถ่ายมุมไหนดี
นอกจากนี้ไม่รู้ไฟดับตอนกี่โมง
เราไปถึง 6 โมง 15 นาทีไฟดับแล้ว
เอาใหม่ ไปอีกวัน 6 โมงตรง ก็ดับอีก — เวรกรรม

สุดท้ายเปลี่ยนไปตอน 6 โมงเย็น
ไฟเปิดแต่ถ่ายออกมาไม่สวยเพราะมีโคมจีนระโยงระยาง รบกวนสายตา
โชคดี วันถัดมาหมดงานพ้อต่อ (งานประเพณีปล่อยเต่าของชาวจีน) ตรง ถ.ถลางพอดี
เค้าเลยปลดโคมจีนแดงออก
เสร็จชั้น …. ขอกดให้หนำใจ

.

วงเวียนนี้อยู่ตรงตลาดสด
กลางเมืองพอดีนะ .. ใครจะขึ้นรถสองแถวไปหาดต่าง ๆ ก็ต้องเห็นวงเวียนนี้

วงเวียนที่ 3 : วงเวียนสุรินทร์ ( ชาวบ้านเรียก วงเวียนหอนาฬิกา )

เมื่อก่อนวงเวียนนี้มันสวยกว่านี้
สัดส่วนมันได้
ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี่เอง ..
ทางการเค้าทุบแล้วบูรณะใหม่ …
ทำเสร็จ ทำไมคอมันสั้น ๆ เต่อ ๆ ไม่รู้
เพื่อนบอกว่า เค้าทำออกมาให้มีบุคลิกเหมือนคนภูเก็ต เพราะคนภูเก็ตคอจะสั้น ๆ … (มุขควาย)

วงเวียนที่ 4 : วงเวียนนิมิตร ( ชาวบ้านเรียก วงเวียนม้าน้ำ )

เช่นกัน ไปทีไร ฝนตกตอนเช้าทุกที
ก็เลยต้องเปลี่ยนมาถ่ายตอนค่ำแทน …
ไปยืนรอแสงไฟตั้งแต่ 6 โมงเย็น แต่เค้าเปิดไฟตอน 6 โมงครึ่ง
เป็นวงเวียนที่ใหญ่มาก …
ตอนแรกถ่ายให้เห็นวงเวียนกว้าง ๆ แล้วไม่สวยแหะ
เพราะว่า ตัวม้าน้ำเห็นตัวจิ๋วเดียว สัดส่วนไม่เข้ากับวงเวียนที่ใหญ่เบ่อเร่อ
ดูเผิน ๆ เหมือนเป็นซากจิ้งจกตากแห้ง ….
ตายแหงแก๋ไปแปะไว้บนวงเวียน

ก็เลยต้องวิ่งข้ามถนน เข้าไปถ่ายใกล้ ๆ แทน
เป็นวงเวียนที่ข้ามถนนได้ยากมาก ก
และพึ่งสังเกตุเห็นว่าเป็นวงเวียนที่รถในวงเวียนจะต้องจอดชลอให้รถนอกวงเวียนไปก่อน … แปลก

วงเวียนที่ 5 : วงเวียนอนุสรณ์สถานเหมืองแร่ภูเก็ต ( ชาวบ้านเรียกว่า วงเวียนสะพานหิน )

วงเวียนนี้อยู่ตรงสวนสาธารณะสะพานหิน
คนต่างจังหวัดมักคิดว่า ไอ่ขาว ๆ นั่นเป็นรูปเปลือกหอย
ชาวต่างชาติบางคน คิดว่าเป็น รูปฝาชักโครก


จริง ๆ แล้วมันคือ รูปเครื่องมือร่อนแร่ดีบุก ….
เด็กภูเก็ตทุกคนสมัยก่อน มักมีความหลังกับอนุสาวรีย์นี้
คือ .. พ่อแม่ต้องเคยพาไปปล่อยให้ปีนเล่นสไลด์ลงมา
เพราะว่า สมัยก่อนยังไม่มี โลตัส Big C แมคโดนัลด์
ให้พาลูกไปเล่น ..

วงเวียนที่ 6 : วงเวียนเมืองทอง

เป็นวงเวียนที่อาจหายากหน่อย
เพราะอยู่ ถนนพัฒนาท้องถิ่นทางไปจุดชมวิวเขาขาด และจุดชมวิวคลองมุดง
เมื่อก่อนเป็นเพียง การเอาถังปูนซีเมนต์กลม ๆ มาวางไว้ตรงกลาง
ตอนนี้ปรับปรุงขึ้นมาดีหน่อย … แต่ยังไม่เสร็จเรียบร้อยดี

วงเวียนที่ 7 : วงเวียนกะรนราษฏร์สุขสันต์ ( ชาวบ้านเรียกว่า วงเวียนกะรน )

แม้แต่คนภูเก็ตเองก็แทบไม่มีใครรู้จักชื่ออย่างเป็นทางการของวงเวียนนี้
เนื่องจากว่าป้ายชื่อวงเวียน ..
ถูกติดตั้งอยู่ภายในวงเวียน ซึ่งแปลกดี ไม่ทราบเหตุผลว่าทำไม

อีกทั้ง การออกแบบก็แปลก
เป็นรูปชาวบ้านซึ่งดูขัด ๆ กับภาพลักษณ์ของเมืองชายทะเล
แต่เราก็พึ่งรู้วันที่ไปถ่ายนี่หละ เพราะว่าเค้ามีป้ายรายละเอียด Concept การสร้างวงเวียนนี้
เช่นเดิม .. ติดอยู่ข้างในวงเวียน

เค้าบอกว่า ก่อสร้างเป็นรูปบรรพบุรุษของชาวกะรน
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไร่ ชาวสวน ชาวนา และชาวประมง
ปัจจุบันลูกหลานเลิกทำอาชีพนี้กันไปเกือบหมดแล้ว
หันไปขับ Taxi เฝ้าเตียงผ้าใบชายหาด และทำท่องเที่ยวกันหมด

เค้าเลยทำมาให้ลูกหลานรำลึกถึง
เช่นกัน .. เป็นหนึ่งวงเวียนที่ถ่ายยากมาก เพราะว่า ฉากหลังรกมาก
ลมก็แรงจัด
พัดเอาขาตั้งกล้องสั่น … ถ่ายลำบากจัง

วงเวียนที่ 8 : วงเวียนเกาะสิเหร่

ไม่มีรูปมาโชว์นะจะ .. เนื่องจากเค้าปิดปรับปรุงอยู่
เอาสังกะสีเก่า ๆ มาล้อมรอบวงเวียนหมดเลย

ข้ามไปวงเวียนสุดท้ายก็แล้วกัน

คันปาก ขอโม้หน่อย ….
วงเวียนนี้เป็นวงเวียนสุดยอดในใจเรา ……
เพราะต้องผ่านทุกวันตอนไปทำงาน
ไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ แต่เราเรียกว่า …. วงเวียนวัดใจ
เพราะต้องใจถึง ถึงจะผ่านวงเวียนนี้ไปได้โดยเฉพาะช่วงเวลา Rush Hours ….

และสืบเนื่องจากปัญหาจราจร
และผู้ใช้ถนนต้องวัดใจกันบ่อย ๆ …..
ก็เลยเป็นวงเวียนที่ถูกทุบแล้วสร้าง สร้างแล้วรื้อบ่อย ๆ
จากวงเวียนน้ำพุ ถูกทุบยุบเหลือเพียงกระถางต้นเฟื่องฟ้าง่อย ๆ ที่มีแต่ใบ
เพื่อขยายให้วงเวียนใหญ่ขึ้น รองรับปริมาณรถให้ลื่นไหล …
ใช้ไปชั่วระยะเวลานึง
แต่ไม่ work ….

ก็เลยเอากระถางเฟื่องฟ้าออก …
เปลี่ยนเป็นเสาไฟจราจรสีดำอยู่ตรงกลางวงเวียน
มีไฟจราจรทั้ง 4 หน้า เหมือนพระพรหม
ใช้ไปชั่วระยะเวลานึง
แต่ไม่ work …

ไฟจราจร 4 หน้าพระพรหมถูกย้ายทิ้ง ….
เปลี่ยนเป็นไฟจราจรริมถนนทุกแยกอย่างเป็นทางการพร้อมเลขนับ ถอยหลัง
แบบในกรุงเทพฯ ดู Hi-Tech ซึ่งน่าจะดี
ใช้ไปชั่วระยะเวลานึง
แต่ไม่ work …

ต่อมาดับสัญญานไฟจราจร
ถอนเสาออก
ใช้่ตำรวจจราจรไปอยู่ตรงกลางวงเวียนหนึ่งคน
พร้อมที่เหลือยืนแต่ละแยก … มาช่วยกันโบก
เห็นแล้วสงสารจราจร และเหนื่อยแทน
แต่ไม่ work …
เพราะตำรวจจราจร ก็เหนื่อยเป็น

สุดท้ายเปลี่ยนมาเป็นแบบที่เห็น
พร้อมติดตั้งอุปกรณ์คลาสสิคของตำรวจจราจรไทย
ซึ่งแก้ปัญหาได้ทุกจุด ทุกถนนในประเทศไทย
นั่นคือ …… กรวยจราจร

วงเวียนที่ว่านี้ก็คือ … แต่น แตน แต๊น น น น น น

วงเวียนที่ 9 : วงเวียนห้าแยกฉลอง

จบสักที …. ง่วงนอน
ขอไปหลับก่อน …

เย็นย่ำ … ณ. ถนนถลาง

สาว ART เก๋ไก๋เดียวดายอย่างเรา
ค่ำ ๆ วันนี้ไปเดินเที่ยวถ่ายรูปที่ไหนดีน้อ ..
นึกไปนึกมา … ไปเดินเล่น ถนนถลางอันแสนจะโด่งดังของเมืองภูเก็ตดีกว่า

…..




ผ่านก็ออก บ๊อย บ่อย …
แต่ไม่เคยไปเดินเล่นดี ๆ สักกะที

ผ่านทีไรก็เห็นนักท่องเที่ยว วิ่งถ่ายรูปกันเป็นที่สนุกสนาน
พอเรามาเดินถ่ายรูปเอง …
ทำตัวเป็นนักท่องเที่ยว …. เออ ก็เข้าทีดีนิ

…..

อุ้ย ๆ รถเก่า
หนู ช๊อบ ชอบ ขอเข้าไปถ่ายหน่อย


ชอบจัง ร้านรวงเก่า ๆ
ร้านขายยา ร้านขายผ้า ร้านขายหนังสือ
……

บางส่วนก็เซ้งต่อ ..
กลายมาเป็น ร้านกาแฟเก๋ ๆ ร้านขายสุราเท่ห์ ๆ

เอ๊ะ! นั่นใครคุ้น ๆ

อ้อ โก้กิต นั่นเอง
Interior Designer ฝีมือฉกาจ …

ผู้ออกแบบตกแต่งภายในให้โครงการ Two Villas Holiday ของเรา
มาแอบนั่งชิล ๆ จิบชาเขียวหลังเลิกงาน ที่นี่เอง ..

เข้าไปสวัสดีแกหน่อย …
สวัสดีคะ .. ป๋าขา เอ้ย ! ไม่ใช่ พี่กิตขา

ทักทายกันสนุกสนาน ..
แกบอกว่า …. จะไปถ่ายไหนก็ไป

หากหิวน้ำ
ให้มาหาแกที่นี่ แกจะเลี้ยง
ก็ปล่อยให้แกจิบชาเขียวกรึ่ม ๆ ของแกต่อไป …


เร่ิมค่ำแล้ว
ไฟถนนเปิดแล้ว ฟ้าเริ่มสวย

ถ่ายยิ่งมันส์




และขอจบด้วยรูปนี้ก็แล้วกัน

เริ่มหิวน้ำแล้ว ..
กลับไปหา โก้กิต
ให้แกเลี้ยง เหล้าปั่น เอ้ย ! น้ำปั่นหน่อยดีกว่า …

เขารัง .. วันฝนฉ่ำ

เคยได้รับโปสการ์ดที่ส่งมาจากเมืองนอกมั๊ยคะ ..
อาจจะจากเพื่อน จากญาติ หรือจาก “เค้า” คนนั้น …
อย่าบอกนะว่า .. ไม่เคยได้รับจากใครเลย ถ้าอย่างนั้นก็แย่หน่อย
อาจจะไม่อินกับเรื่องที่จะเล่าต่อไป ..

หนึ่งในรูป Hot Hit ที่ได้รับ ก็มักจะเป็นรูปของเมืองนั้นในตอนกลางคืน
มองเห็นตึกรามบ้านช่องที่เปิดไฟ วิบวับ ๆ ดูเก๋และไฮโซ
ทำให้เผลอรำพึงขึ้นมาเบา ๆ ว่า .. ทำไมบ้านเราไม่มีอย่างนี้บ้างนะ

ถ้ารำพึงขึ้นมาอย่างนี้ … แสดงว่ายังไม่เคยมาภูเก็ต
ภูเก็ต .. มีมุมเก๋ ๆ Hi-So พาโนรามาแบบเค้าเหมือนกันนะจะบอกให้
ที่นั้นก็คือ … ที่ “เขารัง”
ดูภาพซะก่อน เดี๋ยวจะหาว่าเราโม้

เขารังเป็นเนินเขาเตี้ย ๆ ที่ตั้งอยู่กลางเมืองภูเก็ตเลย
เดินขึ้นไม่ไหวนะ .. ต้องขับรถขึ้นไป หรือขี่มอเตอร์ไซด์ขึ้นไปก็ได้ไม่ชันเท่าไหร่
แป๊ปเดียวก็ถึงแล้ว

ดูแผนที่ได้จาก Google ( คลิก +- ในแผนที่เพื่อย่อขยายแผนที่ให้เห็นชัดเจนมากยิ่งขึ้น )


View Larger Map

ข้างบนเขารัง มีที่จอดรถสะดวกสบาย
มีสวนสุขภาพด้วย เผื่อใครอุตรินึกรักสุขภาพขึ้นมาตอนนั้น .. ตอนอยู่บนเขารัง
ก็สามารถเดินไปโหนห่วง หรือ Sit-up เรียกเหงื่อกันได้ตามสบาย

หากเป็นคนปกติ .. ก็นั่งให้มันเรียบร้อยชมวิวในศาลากันไป

บนนั้นมีเคาน์เตอร์ขายน้ำดื่ม ขนมขบเคี้ยวแก้เขิน และห้องน้ำจ่ายกะตังค์ก่อนเข้า (ล่าสุดคือ 3 บาท)
มีอนุสาวรีย์ พระยารัษฏานุประดิษฐ์ ซึ่งท่านเคยเป็นผู้ปกครองเมืองภูเก็ตมาก่อน
และท่านเป็นผู้นำต้นยางพาราเข้ามาปลูกในประเทศไทยเป็นคนแรก

ข้างบนเขารังมีต้นไม้ร่มรื่นมากนะคะ
มีร้านอาหารด้วย อาหารอร่อยใช้ได้
มีอยู่ 2 ร้าน ร้านแรกอยู่ระหว่างทางขึ้น
ร้านที่สอง อยู่บนเขารังเลย .. ไม่บอกรายละเอียดขออุบไว้ก่อน
จะเขียนถึงร้านนี้ ในคราวถัดไป

กลางวันอาจจะร้อน ๆ หน่อย
วิวจะสวยสู้ตอนพลบค่ำไม่ได้
หากโชคดีก็จะเจอฝูงลิง
มาเดินพุงป่อง นมห้อย เดินอุ้ยอ้ายอยู่แถวนั้น
หากไม่เจอ .. ก็จะเจอเจ้าหน้าที่ อพปร เดินพุงป่องแถวนั้นแทน
ซึ่งเค้าคอยดูแลความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว
ซึ่งคงพอทดแทนกันได้ …..

แนะนำว่าถ้าอยากเห็นวิวสวยๆ ให้มาช่วงค่ำ ๆ จะดีกว่านะคะ
เพื่อจะได้ใช้มือถือถ่ายรูป ส่งผ่าน SMS ให้ “เค้า” คนนั้น
โดยลงท้ายว่า … ” อยากให้คุณ มาอยู่ข้าง ๆ ตรงนี้ด้วยกันจัง …. “

สวนยาง รอบเกาะภูเก็ต

หากคุณขับรถรอบเกาะภูเก็ต คุณจะพบสวนยางมากมายตามข้างทาง ใครไม่เคยเห็นสวนยางมาก่อนก็จะตื่นตาตื่นใจในการปลูกเป็นแถว เป็นแนว สวยงามเป็นระเบียบ เคยเห็นฝรั่งนักท่องเที่ยวหลายกลุ่มเห็นสวนยางแล้วตื่นเต้นบอกให้รถจอดเพื่อวิ่งลงไปถ่ายเป็นที่สนุกสนาน

ปกติแล้วสวนยางจะเขียวตลอดทั้งปี แต่จะมีช่วงระยะเวลาสั้น ๆ ประมาณปลายเดือนธันวาคม จนถึง มกราคม ของทุกปีที่สวนยางจะเริ่มเปลี่ยนสีจากสีเขียวเป็นสีแดง ช่วงนั้นเวลาขับรถผ่านสวนยางจะรู้สึกโรแมนติกมาก อาจจะเผลอเอื้อมมือไปกุมมือคนที่อยู่เคียงข้างและสบตาซาบซึ้งทำท่าโรแมนติก (ระวังรถ ​Limousine สนามบินที่วิ่งมาข้างหลังบีบแตรไล่)

ส่วนคนที่ขับรถผ่านไปแถวน้้นคนเดียว ก็อาจรุ้สึกว้าเหว่ อ้างว้างในจิตใจ รัดทด ปล่าวเปลี่ยวน้ำตาซึมไม่รู้จะกุมมือใคร

ก็ก้มหน้าปาดน้ำตา ขับรถโต้ลมหนาวต่อไปข้างหน้าคนเดียว ไปหาเอาดาบหน้าก็แล้วกันนะคะ ถ้าโลกนี้ไม่โหดร้ายกับเธอเกินไป … ปิ๊ดปิ้ว

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Photobucket

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.