จุดชมวิวกังหันลม


สิ่งที่พลาดไม่ได้อย่างหนึ่งเวลามาเที่ยวภูเก็ตก็คือ ..
การมานั่งรอเฝ้าชม …
พระอาทิตย์ตกน้ำจ๋อมแจ๋มยามเย็น

วันนี้จะพาไปจุดชมพระอาทิตย์ตกที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเกาะภูเก็ต
ซึ่งนักท่องเที่ยวทั่วไปอาจยังไม่ค่อยทราบกันเท่าไหร่
สถานที่ว่านั่น ก็คือ … จุดชมวิวกังหันลม

จุดชมวิวกังหันลม จะมีสัญลักษณ์ก็คือ มีกังหันลมสีขาวเก๋ ๆ แบบของฝรั่งตั้งอยู่บนยอดเขาของจุดชมวิว
ซึ่งยอดเขานี้มีชื่อเรียกว่า เขาแดง
หากคุณขับรถจากหาดในหานมุ่งหน้าไปทางแหลมพรหมเทพ
จุดชมวิวกังหันลมนี้จะถึงก่อน … โดยจะมีทางแยกทางขวาเลี้ยวขึ้นไป

ดูแผนที่ประกอบ

View Larger Map

……

บนยอดเขาซึ่งเป็นที่ตั้งของกังหันลม
จะมีศาลาชมวิวตั้งอยู่ ซึ่งเมื่อมองไปทางซ้าย ..
ก็จะเห็น หาดยะนุ้ย หาดเล็ก ๆ แต่เก๋อยู่ข้างล่าง
และมองเห็นแหลมพรหมเทพที่แสนโด่งดัง .. อยู่ถัดไป
.

ตรงหน้าของเราก็จะมองเห็นวิวพระอาทิตย์ตกน้ำป๋อมแป๋มพอดี
โดยมีเกาะเล็ก ๆ อยู่ตรงหน้าเป็น Foreground ให้ดู Classic
.

เมื่อมองไปทางขวามือ ..
ก็จะเห็นหาดในหานอยู่ลิบ ๆ
.

ที่นี่อากาศดี ลมพัดเย็นสบาย
นักท่องเที่ยวยังไม่ค่อยมาก จึงมีคนนิยมเอาเครื่องร่อนบังคับรวมถึงพาราซูทมาเล่นให้ดูเพลิน ๆ

บริเวณเนินเขาก็เป็นทุ่งหญ้าสีทอง
เวลาโดนแดดยามเย็น .. ก็สวยดี

ครั้งต่อไป .. หากจะชมพระอาทิตย์ตกดินที่ภูเก็ต
ลองเปลี่ยนมาชมที่นี่ดูนะคะ … รับรองว่าคุณจะประทับใจอย่างแน่นอน

ร้าน Farang เชิงทะเล (Strongly Recommended)

พฤศจิกายน 19, 2010 7 ของความคิดเห็น

ร้านนี้เป็นหนึ่งในร้านโปรดร้านในดวงใจของเราและเพื่อน ๆ ทุกคน
เป็นร้านที่แนะนำใครไปแล้วไม่ผิดหวัง
คนที่ไปมาแล้วต่างติดอกติดใจ และยกให้เป็นหนึ่งในร้านในดวงใจกันทั่วทุกคน

ร้านนี้มีชื่อว่า ร้านฝรั่ง ( Farang Restaurant )
เป็นร้านเมนูจานเดียวโดยเน้นเมนูอาหารฝรั่งแบบฟิวชั่น โดยมีเมนูไทยประปราย
ที่เห็นมี สติ๊กเกอร์ ซูชิบาร์นั่น เค้ายังไม่ได้แกะออก
ตะก่อนเค้าเคยเอามาลองขายแต่ไม่ work (เราเคยกินเราก็ว่ามันไม่ work จริง ๆ )
ก็เลยถอดเมนูอาหารญี่ปุ่นออก

ที่ภูเก็ตมี 2 สาขา อร่อยเหมือน ๆ กัน
สาขาที่เรากำลังแนะนำอยู่นี้อยู่แถว เชิงทะเล
หากขับรถมาจากทางลากูน่ามุ่งหน้าไปทางสี่แยกอนุสาวรีย์ท้าวเทพกษัตรีย์-ท้าวศรีสุนทร
ร้านจะอยู่ติดถนนศรีสุนทร ใกล้กับปั๊มน้ำมัน ปตท. ตรงเชิงทะเลพอดี
สังเกตุดี ๆ ก็แล้วกันเพราะป้ายร้านจะเป็นป้ายไฟสีแดงเล็ก ๆ ส่วนร้านจะผลุบเข้าไปข้างในมีต้นไม้บังหน่อย ๆ

(กดเครื่องหมาย +- ในแผนที่เพื่อย่อขยายดูภาพให้ชัดเจนยิ่งขึ้น หรือกด view larger map ใต้ภาพ)


View Larger Map

บริเวณหน้าร้านมีลานจอดรถ สามารถจอดรถได้สะดวกสบาย
ร้านเปิดโล่งโปร่งดี มีทั้งส่วนที่เป็นห้องแอร์และส่วนที่ Open-Air
เลือกนั่งตามสบาย แต่ถ้าไปในช่วงเที่ยง ๆ หรือตอนเย็น ๆ ที่นั่งหายากนิดนึงนะคะ

ที่นี่อาหารออกไวมากนะคะ
สั่งแป๊ปเดียวไม่เกิน 10 นาทีก็ได้ครบแล้ว ไม่ว่าลูกค้าจะเยอะขนาดไหน
เป็นหนึ่งในความประทับใจ …

เมนูเด็ดที่ห้ามพลาด มาทุกครั้งต้องสั่งทุกครั้งมีดังนี้
สปาเก็ตตี้ครีมซอส ( 90 บาท )

จานนี้ถือว่าเป็น Signature Dish หรือจานเด่นของที่นี่เลย
หาทานที่อื่นไม่มี คือหน้าตาคล้าย ๆ สปาเก็ตตี้คาโบนาร่าแต่ไม่ใช่เพราะเค้าไม่ใส่ไข่แดง
ครีมซอสเค้าจะหอมอร่อย ราดบนเส้นสปาเก็ตตี้ที่เหนียวนิ่มกำลังดี
เส้นที่นี่เค้าลวกได้กำลังอร่อยพอดีคือ ไม่มีไต ไม่กระด้าง ไม่เหม็นหืนน้ำมันมะกอก
คลุกเคล้ากับเบคอนกรอบ ๆ หอม ๆ เวลาเคี้ยวกลิ่นเบคอนจะกำซาบในปาก …
ขอบอกว่าอร่อยจริง ๆ จานเดียวไม่เคยพอต้องขอเบิ้ลทุกครั้งเลยคะ

จานต่อมาที่ต้องสั่ง สปาเก็ตตี้ซอสปู ( 95 บาท )
จานนี้ไม่เคยเจอที่ไหนเหมือนกัน ต้องมาทานที่นี่เท่านั้น
หอมเนื้อปูและเครื่องแกง
จานนี้จะรสเผ็ดหน่อย ๆ แต่ไม่มาก .. กินไปแล้วเหงื่อซึมกำลังดี

พวกสลัดต่าง ๆ ของที่นี่ก็ไม่เลวเลยนะคะ
มีทั้งสลัดแบบแนวต่างชาติที่คุ้นกัน เช่น ซีซ่าร์สลัด ( 75 บาท )
ความอร่อยของเค้าอยู่ที่ ผักที่สด และซอสครีมที่อร่อยถูกปาก

หากอยากทานสลัดแบบไทย ๆ รสจัดจ้านเค้าก็มีนะ .. อร่อยด้วย ไม่ใช่ซิต้องบอกว่า … อร่อยโคตร
ต้องสั่งเลยห้ามพลาด ….
ขอแนะนำ ฝรั่งยำกุ้ง กับ ยำคอหมูย่าง ( @ 85 บาท )

คือน้ำยำเค้าจะเจ๋งเป้งมาก รสชาด เปรีี้ยว-เผ็ด-หวาน-ซึ้ง
ขนาดผักและเนื้อหมดไปนานแล้ว พวกเรายังใช้ช้อนขอดน้ำยำที่ติดก้นถ้วยมากินกัน

อีกเมนูนึงที่ ต้องสั่งก็คือ หมูย่างจิ้มแจ่ว ( 85 บาท )
หมูของเค้าจะสุโค่ย มาก ก ก
คือเค้าจะเอาเนื้อหมูคลุกซ๊อสมาย่างจนนิ่มหอม เนื้อจะหวาน นุ่ม
แนะนำให้สั่ง ถ้าไม่อร่อยให้มายืนด่าได้คะ

ส่วนพวกสเต็กต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น หมู , ปลา, ไก่, เนื้อ, ตับ
เราลองสั่งมาทานแล้วเกือบครบทุกเมนู
รู้สึกเฉย ๆ นะคะ ไม่ได้แย่แต่ก็ไม่ได้ถึงกับประทับใจ

อีกเมนูที่สั่งมาพอทานได้ก็คือ พิซซ่าหน้าต่าง ๆ
จานกำลังน่าเอ็นดู ขนาดประมาณพิซซ่าขนาดเล็กของ Pizza Hut
ที่เราชอบสั่งมากินเล่น ๆ ก็คือ พิซซ่าหน้าแองโชวี่ ( 100 บาท )
เพราะเค้าใส่แองโชวี่ (ปลาเค็ม) มาเยอะดี .. กัดเจอเนื้อปลาเค็มแล้วขนลุกกึ๋ย ๆ ดี

ส่วนอันนี้เป็น พิซซ่าหน้าแฮม

หากเลี่ยน ที่นี่เค้ามี พริกสดในน้ำมันมะกอก ด้วยนะ
ยังไม่เคยเจอที่ร้านอาหารอิตาลีที่ไหน แนะนำลองตักใส่อาหารดู ..
อยากใส่อะไรก็ใส่ไปเลย อร่อยดีนะ
พวกเราถามหากันทุกครั้งเวลาที่ไปทาน

เผื่อท้องลองขนมเค็กกับไอติมที่นี่ดู
เวลาไปชะโงกดูขนมเค็กที่วางโชว์อยู่ในตู้
อาจดูไม่ค่อยน่าทานเท่าไหร่ เพราะเค้าจัดตู้ไม่ค่อยสวย .. ไม่ไฮโซกิ๊บเก๋
ไฟก็มัว ๆ ตู้ก็ขุ่น ๆ มีไอน้ำจับวาว ๆ
เผลอ ๆ ก็มีขวดน้ำอะไรไม่รู้ไปแช่รวมกับเค็กด้วย .. เวรกรรม

แต่แนะนำให้สั่ง … อร่อยนะจะบอกให้
เค้ามีไม่กี่อย่างหรอก .. เหลืออะไรก็สั่งอันนั้นแหละ
พยายามสั่งอันที่มันใส่รวมกับไอติมมาด้วย ..
แย่งกันกินหนุบหนับ ๆ ทุกครั้ง .. เสียอย่างเดียวเราว่าราคาสูงไปนิดนึง
ราคาพอ ๆ กับอาหารคาวเลย
ชีสเค๊ก + ไอติม : 140 บาท / ไอติมถ้วยละ : 65 บาท

สาขาเชิงทะเล เปิดทุกวัน เว้นวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 11.00 – 23.00 น.
ไม่ต้องตกใจถ้าเจอฝรั่งนั่งกันเต็มร้าน เพราะร้านเค้าอร่อยมาก
แนะนำว่าถ้ามาภูเก็ต ต้องไปทานให้ได้นะคะ

เพื่อนที่มาจากกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะกลุ่มไหน มาทีไรต้องไปกินร้านนี้ทุกครั้ง
และไปเกือบทุกวันด้วย … คิดดูก็แล้วกันว่าอร่อยหรือไม่อร่อย

ขนมหวานร้านพี่ตุ๋ย – รสเทพ

พฤศจิกายน 9, 2010 5 ของความคิดเห็น

ที่ภูเก็ตหาขนมหวานแบบไทย ๆ พวก ถั่วดำ, ข้าวเหนียวเปียก, เต้าส่วน อะไรทำนองนี้ไม่ค่อยมีนะคะ
อาจด้วยอากาศที่ร้อนชื้น
ทำให้ความรู้สึกของคนทั่วไปไม่ค่อยอยากกินขนมกะทิ รึปล่าว … ไม่รู้
จึงไม่เจอใครในภูเก็ตเค้าทำขายกัน

จนกระทั่งวันนึงไม่นานมานี้
เพื่อนที่ออฟฟิศ เค้าไปทำธุระแถว ต.เชิงทะเล แล้วหิ้วขนมมาฝาก
เป็น “ข้าวเหนียวเปียกลำใย” จำนวน 4 ถุง
บอกว่า อร่อยโคตร ซื้อมาจากเพิงขายขนมเล็ก ๆ
ต้องแย่งเค้ามา เพราะเป็น 4 ถุงสุดท้ายแล้ว

” อี๋! ขนมกะทิ … อ้วน” ใครไม่รู้บ่น
แล้วทุกคนก็ทำท่าเฉยเมยไม่สนใจ
คนซื้อมาก็คะยั้นคะยอให้ลองชิมดู บอกว่าไม่กินจะเสียใจไปจนวันตาย

เรากลัวตายไปแล้วจะเสียใจ .. ก็เลยลองตักชิมดู 1 คำ
ดูผาด ๆ หน้าตามันก็ดูเป็นข้าวเหนียวเปียกลำใยธรรมดา ๆ นี่หละ ไม่ได้วิเศษวิโสอะไร

แต่พอคำแรกผ่านเข้าปาก …..
อู้ฮู ต้องขอบอกว่า รสชาดเทพ มาก ก ก
จากนั้นก็ฉุดไม่อยู่ ….. เหมือนเกิดกลียุคขึ้นภายในออฟฟิศ
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาใครจะไปทำธุระแถวนั้น … ต้องถูกไหว้วานให้ช่วยซื้อขนมเจ้านี้ประจำ

อยากรู้แล้วใช่มั๊ยล่า … ว่าอยู่ตรงไหน
วันนี้จะพาไปชิม

ร้านนี้เป็นเหมือนร้านขายขนมในหมู่บ้านของชาวบ้านทั่วไป
คือ ทำเอง ขายเอง อยู่กับบ้าน โดยเอาพื้นที่ว่างหน้าบ้านมาขายของ
หน้าตาโหงวเฮ้งของร้าน .. ไม่มีอะไรสะดุดตา

ร้านนี้ไม่มีชื่อร้าน เราเรียกว่า “ร้านขนมหวานพี่ตุ๋ย” เพราะคนขายชื่อ ตุ๋ย
ตั้งอยู่ริมถนน ใน ซอยเชิงทะเล 4

ดูแผนที่ประกอบ ( กด +- ในแผนที่หรือคลิก View Larger Map ใต้ภาพ เพื่อให้เห็นภาพชัดขึ้น )


View Larger Map

หากขับรถเข้ามาจาก ปากซอยเชิงทะเล 4 เข้ามาประมาณ 200 เมตร …
ให้มองทางขวามือ เมื่อไหร่ที่เจอป้ายซอยเชิงทะเล 10 ก็ให้หาที่จอดได้เลย
ร้านตั้งอยู่ระหว่างปากซอยเชิงทะเล 8 และ ซอยเชิงทะเล 10

มองจากหน้าร้าน จะมีหม้อขนมหวานตั้งเรียงราย
แกจะทำประมาณ 8-9 อย่างต่อวัน ไม่รวมน้ำแข็งใส

แกทำอร่อยทุกอย่าง แต่เมนูที่ขึ้นชื่อลือชาและอร่อยโคตรของแกก็คือ
“ข้าวเหนียวเปียกลำใย”

ข้าวเหนียวแกจะนิ่มกำลังดี ไม่หวานมากตัดกับรสเค็มปะแล่ม ๆ ของกะทิที่ราดอยู่ข้างบน
กะทิแกไม่ข้นคลั่กจนเกินไปจนรู้สึกสยอง
และไม่หนืดแบบบางเจ้าที่ผสมแป้งจนเหมือนกำลังกิน กาวแป้งเปียก
ทำให้กะทิแกสามารถไหลแทรกไปตามเนื้อข้าวเหนียว
ทำให้เกิดความรู้สึกกลมกล่อมขณะเคี้ยว คือรู้สึกหอม หวาน มันส์ ฉันคือเธอ

ที่สำคัญ ลำใยแกหอมมาก ก ลูกใหญ่กำลังดี เนื้อเด้งดึ๋ง
เวลาเคี้ยวกรุบ ๆ จะได้กลิ่นลำใย หอมกำซาบ ไปทั่วปาก
อร่อยจริง ๆ

อีกเมนู ที่ HOT HIT ไม่แพ้กันก็คือ
” เต้าส่วน “

เต้าส่วนแกจะอุดมไปด้วยถั่วเหลืองแน่นเต็มถ้วย
เวลาตักเข้าปากจะรู้ซึ้งถึงจำนวนเมล็ดถั่วเต็มปาก
เคี้ยวแล้วสัมผัสได้ถึงเนื้อถั่วเหลืองเต็ม ๆ ดี
ให้ความรู้สึก “เต้าส้วน เต้าส่วน”

ซึ่งแตกต่างจากเจ้าอื่นโดยทั่วไป ที่มักจะเป็นถั่วเหลืองเม็ดใหญ่ ๆ
น้ำใสโหรงเหรง .. ไม่เชื่อต้องไปลองดู
แต่ต้องรีบไปนะ เพราะหมดเร็ว

ร้านแกมีโต๊ะประมาณ 4-5 โต๊ะเท่านั้น
เท่าที่สังเกตุดู คนส่วนใหญ่มักจะซื้อใส่ถุงกลับบ้านทีละเยอะ ๆ มากกว่า
พี่ตุ๋ยคุยเสียงโมโนโทนด้วยใบหน้าเฉย ๆ ของแกว่า พวกโรงพยาบาลกับโรงแรมมักจะมาสั่งแกเป็นสิบ ๆ ถุงเวลามีประชุม
…….

แกขายถุงละ 12 บาท นั่งกินที่ร้านก็ถ้วยละ 12 บาทเท่ากัน
ชอบที่แกไม่หวงน้ำกะทิ ให้ซะเยอะเชียว

พี่ตุ๋ยชอบเปิดเพลงลูกทุ่งให้ลูกค้าฟัง
ไม่รู้ว่าเป็นความชอบส่วนตัวของแกหรือ
แกเปิดให้ลูกค้าฟังแก้เลี่ยน จากความหวานของขนม ..
วันที่ไป แกเปิด พี่ก๊อต จักรพันธ์ ให้ฟัง

หากยังไม่ไหว แกก็ยังมีน้ำเปล่าฟรีให้กลั้วคอ

แกบอกว่าหากไม่ชอบขนมหวานหรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศ
แกก็มีน้ำแข็งใสบริการ
เมนูเด็ดที่ลูกค้าชอบมาสั่งก็คือ ” น้ำกะทิแตงไทย “

วันที่เราไปก็สังเกตุเห็นคนมาสั่งเยอะเช่นกัน
ลูกค้าแกมาเรื่อยๆ แกแทบไม่ได้หยุดเลย

ร้านแกเปิดขายประมาณ 11 โมงเช้า ถึงประมาณ บ่ายโมงกว่าเกือบบ่ายสองโมงก็หมดแล้ว
ถามแกว่าทำไมเปิดสาย ..
แกบอกว่าทำคนเดียว ทำไม่ค่อยทัน

ส่วนตัวเราว่าขนมแกอร่อยทุกอย่าง เพราะดูแกตั้งใจทำ
และแกบอกว่าแกใช้วัตถุดิบมีคุณภาพดีมาทำ .. ไม่งั้นขนมไม่อร่อย
หากไปพักแถวหาดบางเทาหรือหาดลายัน อย่าลืมแวะไปชิมขนมหวานพี่ตุ๋ยนะคะ

……
ไม่งั้น เดี๋ยวตายไปแล้วจะเสียใจนะจ๊ะ ว่าชีวิตนี้ขาดกินขนมรสเทพไปอย่างนึง

นั่งร้านเก๋ .. ที่ 6 senses cafe’&restaurant

พฤศจิกายน 5, 2010 1 comment

ที่ภูเก็ต ร้านอาหารแนวกรุงเทพ ฯ แบบ S&P
คือนั่งสบาย ๆ ติดแอร์เย็นฉ่ำ .. เมนูแบบภาคกลาง
ทานเสร็จมีเค๊กอร่อย ๆ พร้อมจิบกาแฟ ฟังเพลง อ่านนิตยสาร ชิล ๆ ไปเรื่อย ๆ …
หายากมาก ก …..
อาจมีบ้าง แต่ก็ไม่ค่อย Work
ซึ่งน่าสงสารหนุ่ม ๆ ภูเก็ตทั้งหลายที่หากจะพาน้องไปออกเดทแรก
จะหาร้านกิ๊บเก๋ นั่งทานทำตาหวานซึ้งไม่ค่อยมี

ตอนนี้มีแล้วร้านนึง พึ่งเปิดเมื่อกลางปีที่ผ่านมานี่เอง
เหมาะที่สำหรับจะพาหวานใจไป Sweet วี่วี กันสองเรา
อาหารอร่อย บรรยากาศเก๋กู๊ด .. ราคาไม่แพง
ร้านนั้นคือ ร้าน 6 Senses Cafe’&Restaurant

ร้านอยู่ริมถนน ติดวัดนาคา เลย ดังนั้นหากขับจาก 4 แยกเซ็นทรัลมุ่งตรงไปทาง 5 แยกฉลอง
พอถึง 3 แยกไฟเขียวไฟแดงตรงนาคา ให้เลี้ยวซ้าย เข้าซอยไปแป๊ปเดียวประมาณ 100 เมตร
ชลอ ๆ จะเห็นป้ายร้านสีเขียวเด่นเป็นสง่าอยู่ทางซ้ายมือให้ จอดรถได้เลย …
ร้านจะอยู่ตรง U-Turn แรกพอดี

ดูแผนที่ได้จาก Google Map ( คลิกย่อขยายได้จากเครื่องหมาย +- ในแผนที่ )


View Larger Map

ร้านแต่งเก๋ ไฟสวย ดีไซน์ดูดี ตีไม้ระแนงทาสีขาว
มองผาด ๆ เหมือนนั่งกินอยู่ในเรือนเพาะชำกล้วยไม้ ของเกษตรจังหวัด

มีที่นั่งให้เลือก 3 โซน
คือ โซนห้องแอร์ เย็นสบาย ดูไฮโซคุณหนู ….
แต่ถ้าน้องไม่ค่อยสบายกำลังเป็นไข้ทับฤดู อยู่ ก็แนะนำให้นั่งโซนพัดลมซึ่งก็กว้างขวางสะดวกสบายไฟสว่าง …..
แต่ถ้าน้องเค้าเป็นสาวรักธรรมชาติอยากทานอาหารท่ามกลางดาวเดือน ก็พาน้องไปนั่งด้านนอกในสวนเลย บรรยากาศดีสุด ๆ ไม่มียุง

เมนูที่นี่เป็นอาหารไทยผสมฝรั่ง พวกสปาเก็ตตี้ต่าง ๆ
รสชาดเป็นแบบเมนู กรุงเทพฯ .. แต่อร่อยนะคะ
เพราะว่าเจ้าของร้านเป็นคนกรุงเทพฯ และเคยเปิดร้านนี้ที่ห้าง Central ชิดลมมาแล้ว

ร้านเค้าได้รับรางวัล ยืนยันความอร่อยด้วย …. ทำเป็นเล่นไป

อย่างน้อยก็ทำให้เรามั่นใจได้ว่า รสชาดอาหารสำหรับเดทแรกของเรากับน้อง .. จะไม่มีอะไรผิดพลาด
มาดูเมนู .. ทริคของเราคือ ถ้าไปร้านใหม่ไม่คุ้นเคยไม่รู้จะสั่งอะไรดี
ให้สั่ง เมนูแนะนำ ของร้าน ..
ร้านนี้ดี คือเมนูไหนเด็ด เค้าจะทำเครื่องหมาย ดาว ไว้หน้าเมนู ..
ซึ่งเรามาที่นี่ 2-3ครั้ง สั่งตามนั้นก็อร่อยทุกอย่างเลย …

ส่วนตัวเราและเพื่อน ๆชอบ “ไข่พะโล้” กับ ” สปาเก็ตตี้ปลาเค็ม” — อร่อยมาก ๆ

……
ฟังชื่อเมนู อาจมีความรู้สึกว่าเชยและธรรมดา
แต่ไข่พะโล้ของเค้า รสชาดเข้มข้น น้ำข้นคลั่ก ตัวเนื้อหมูนี่หอม อร่อย เหมือนเมนูพื้นบ้าน หมูฮ้อง ของภูเก็ต เลย

ส่วน “สปาเก็ตตี้ปลาเค็ม” นี่ หอมปลาเค็มมากคะ
คิดว่าเค้าบดเนื้อปลาเค็มแล้วเอามาคลุกกับเส้นสปาเก็ตตี้ เพราะกินแล้วรสชาดปลาเค็มกำซาบมาก ก
มาทีไร สั่งเบิ้ล 2 จานทุกที แล้วพวกเราก็แย่งกันกินเหมือนตายอดตายอยาก

อาหารที่นี่ เค้าไวนะคะ
สั่งไปแป๊ปเดียวไม่ถึง 10 นาทีก็มาครบแล้ว
ซึ่งก็ดี เพราะถ้าหากเป็นเดทแรก .. เราคงต่างคนต่างเขิน ไม่รู้จะคุยไรดี
มีอาหารมาเข้าปาก .. ก็คงช่วยบรรเทาความเขินไปได้

หลังทานอาหารคาวเสร็จ ควรไปล้างปาก
เช็คดู เสื้อผ้าหน้าผมสักครั้งเพื่อความมั่นใจ

ห้องน้ำที่นี่ สะอาด และเก๋ดีนะคะ ไม่ค่อยเจอห้องน้ำร้านอาหารในภูเก็ตที่ทำดี ๆ แบบนี้
.. มาแอบถ่ายห้องน้ำชาย ..

ทานของคาวเสร็จ ก็ควรต่อด้วยของหวาน
อย่าทำตัวบ้าน ๆ ด้วยการสั่ง ผลไม้รวม มานะคะ
เดี๋ยวชายหนุ่มจะดูถูกเราได้
สำหรับ เดทแรก ทำอย่างนั้นไม่ด้าย ย .. ไม่เท่ห์ ดูเชย

ต้องนี่ ต้องสั่งเค๊ก มากิน จะได้ดู ไฮโซ้ ไฮโซ
เค๊กที่นี่ … เราขอยกหัวแม่โป้งให้ 2 นิ้วเลยคะว่า อร่อยมา ก
เราว่าเป็น เค็กที่อร่อยที่สุดแล้วในภูเก็ต ณ เวลานี้ …
ก๊วนเพื่อนเรา ซึ่งชอบกินเค๊กกันเป็นชีวิตจิตใจ ทุกคนเห็นพ้องต้องกันหมดว่าอร่อยจริง ๆ
ถามพนักงานเสริฟดู เค้าบอกว่า เป็นเค๊กที่เค้าทำเองชั้นบนของร้าน … เจ้าของเค้าชอบทำเค๊ก …

ทานเสร็จ เช็คบิลออกมา 2 คน อาหารประมาณ 3 อย่าง รวมเค็กและน้ำด้วย ไม่เกิน 500 บาท (อย่าทะลึ่งไปล่อไวน์ด้วยนะจะ ถ้าอย่างนั้นเกินแน่นอน)
เพราะอาหารเค้า ราคาเริ่มต้นที่จานละ 80 – 120 บาท เว้นแต่พวก ปลาจานใหญ่ ๆ อาจจะ 180 บาท

แต่ส่วนตัวรู้สึกว่าไม่แพง เพราะอาหารเค้าจานใหญ่ และอร่อยด้วยที่สำคัญ
แล้วเจอกันใหม่นะกระทู้หน้า

.

หาดกะหลิม หินเยอะ


หาดกะหลิม เป็นหาดที่อยู่ติดกับหาดป่าตอง
แต่ไม่ป๊อปปูล่าเท่า เนื่องจากเป็นหาดที่มีคลื่นลมแรง หาดทรายน้อย แต่มีหินเยอะ …
คนเลยไม่นิยมไปเที่ยวกัน ..

แต่ก็มีข้อดีคือ ไม่มีเตียงผ้าใบชายหาด
ทำให้มองเห็นวิวทะเลสวย ๆ เต็มตา .. สุดลูกหูลูกตา
หากไม่ใช่หน้ามรสุม .. ตรงกลาง ๆ หาดก็สามารถที่จะพอเล่นน้ำทะเลได้
แต่อย่าไปลึกมากนะ .. อันตรายเพราะน้ำค่อนข้างลึก และคลื่นแรง

กลางหาดจะมีกองโขดหิน ..
เด็ก ๆ ชาวบ้านนิยมมากระโดดโขดหิน เล่นน้ำกัน
เพราะทรายก็ละเอียด .. น้ำทะเลก็ใสแจ๋วไม่แพ้หาดอื่น ๆ

พอพระอาทิตย์เริ่มตก ..
น้ำลด .. กองหินก็โผล่
วิวที่นี่สวยโรแมนติกใช้ได้นะ …. นักท่องเที่ยวหลายกลุ่มก็นิยมมาจอดรถนั่งชมวิวกัน

ถ่ายหินซะหน่อย ..
เพราะที่นี่ หินเยอะ …

มองจากหาดกะหลิม ..
จะเห็นแสงไฟของร้านค้า .. ของหาดป่าตองอยู่ลิบ ๆ …

ริมหาดกะหลิม มีร้านอาหารหรูหรา ไฮโซกิ๊บเก๋อยู่ร้านนึง
ชื่อร้าน The White Box ซึ่งราคาก็หรูหราตาม
เผื่ออยากจะทำโรแมนติก กินดินเนอร์กับสุดที่รักใต้แสงเทียน ชมวิวทะเล
ก็สามารถทำได้เลย ใกล้ๆ …

ให้ทาย .. ภูเก็ตมีวงเวียนจราจรทั้งสิ้นกี่แห่ง


เวลาไปตามจังหวัดต่าง ๆ
สิ่งปลูกสร้างสาธารณะที่มักจะเห็นกันอยู่บ่อย ๆ และเจนตา ก็คือ
วงเวียนน้ำพุ กับ หอนาฬิกา
…..

ไปจังหวัดไหน ก็มีกันแทบทุกจังหวัด
ไม่รู้ทำไม …

เช้าวันอาทิตย์ก่อนนู้น … เราเกิดอยากกินข้าวแกงขึ้นมา
เลยขับรถไปกินข้าวแกงแถวหอนาฬิกา ในเมืองภูเก็ต
กินเสร็จก็เดินเอื่อยเฉื่อยอยู่จะมาขึ้นรถ ….
เผอิญ 8 โมงเช้าพอดี
เค้าเปิดเพลงชาติ ก็เลยยืนเคารพธงชาติอยู่หน้าหอนาฬิกา …

ในขณะที่เคารพเพลงชาติ ตาก็มองซาบซึ้งสถาปัตยกรรมหอนาฬิกาตรงหน้า
ว่าทำไมสัดส่วนมันแปลก ๆ แบบนี้นะ …
ก็ให้เกิดความสงสัยขึ้นมาว่่า …
ที่ภูเก็ตนี่มีวงเวียนจราจรใหญ่ ๆ ทั้งหมดกี่แห่งกันนะ

นั่นก็เป็นที่มาของปฏิบัติการ ล่าถ่ายรูปวงเวียนทั่วเกาะภูเก็ต
โดยตั้งนาฬิกาปลุก ตี 5 ทุกวันเป็นเวลา 1 สัปดาห์
แหกขี้ตาตื่น หลังจากจิบกาแฟแก้ง่วงเสร็จ ..
ก็รีบบึ่งรถไปยัง วงเวียนเป้าหมายในใจแต่ละวัน
เพื่อให้ทันก่อน 6 โมงครึ่งตอนเช้า …
เพราะว่า ไฟในวงเวียนจะดับตอนเวลานั้น ซึ่งหากไฟดับ ภาพก็จะไม่สวยเท่าไหร่

เรามานับพร้อมกันเลย …

วงเวียนที่ 1 : วงเวียน ท้าวเทพกษัตรีย์ ท้าวศรีสุนทร

เป็นวงเวียนแรกที่ใครมาภูเก็ตก็ต้องผ่านกันทุกคน
เราไปถึงเกือบ 6 โมงครึ่งแล้ว ….
รถก็เริ่มเยอะ ฟ้าก็สว่างไวมาก
องค์ท่านก็ดำไม่เห็นรายละเอียดเด่นชัด
เรายิ่งงอกง่อยเรื่องวัดแสงอยู่ด้วย เลยทำได้ดีสุดเท่านี้แหละจ้า …

โชคดีมากหลังจากวันนั้นเป็นต้นมา
ไม่เห็นเค้าเปิดไฟให้ท่านอีกเลย ….
รู้สึกไฟจะเสีย และอยู่ในระหว่างการซ่อมแซม

วงเวียนที่ 2 : วงเวียนสุริยเดช ( ชาวบ้านเรียกกันว่า วงเวียนน้ำพุ )

เป็นวงเวียนที่ถ่ายยากที่สุด เพราะว่า ฉากหลัง รกมาก ก ก ก ก ไม่รู้จะถ่ายมุมไหนดี
นอกจากนี้ไม่รู้ไฟดับตอนกี่โมง
เราไปถึง 6 โมง 15 นาทีไฟดับแล้ว
เอาใหม่ ไปอีกวัน 6 โมงตรง ก็ดับอีก — เวรกรรม

สุดท้ายเปลี่ยนไปตอน 6 โมงเย็น
ไฟเปิดแต่ถ่ายออกมาไม่สวยเพราะมีโคมจีนระโยงระยาง รบกวนสายตา
โชคดี วันถัดมาหมดงานพ้อต่อ (งานประเพณีปล่อยเต่าของชาวจีน) ตรง ถ.ถลางพอดี
เค้าเลยปลดโคมจีนแดงออก
เสร็จชั้น …. ขอกดให้หนำใจ

.

วงเวียนนี้อยู่ตรงตลาดสด
กลางเมืองพอดีนะ .. ใครจะขึ้นรถสองแถวไปหาดต่าง ๆ ก็ต้องเห็นวงเวียนนี้

วงเวียนที่ 3 : วงเวียนสุรินทร์ ( ชาวบ้านเรียก วงเวียนหอนาฬิกา )

เมื่อก่อนวงเวียนนี้มันสวยกว่านี้
สัดส่วนมันได้
ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี่เอง ..
ทางการเค้าทุบแล้วบูรณะใหม่ …
ทำเสร็จ ทำไมคอมันสั้น ๆ เต่อ ๆ ไม่รู้
เพื่อนบอกว่า เค้าทำออกมาให้มีบุคลิกเหมือนคนภูเก็ต เพราะคนภูเก็ตคอจะสั้น ๆ … (มุขควาย)

วงเวียนที่ 4 : วงเวียนนิมิตร ( ชาวบ้านเรียก วงเวียนม้าน้ำ )

เช่นกัน ไปทีไร ฝนตกตอนเช้าทุกที
ก็เลยต้องเปลี่ยนมาถ่ายตอนค่ำแทน …
ไปยืนรอแสงไฟตั้งแต่ 6 โมงเย็น แต่เค้าเปิดไฟตอน 6 โมงครึ่ง
เป็นวงเวียนที่ใหญ่มาก …
ตอนแรกถ่ายให้เห็นวงเวียนกว้าง ๆ แล้วไม่สวยแหะ
เพราะว่า ตัวม้าน้ำเห็นตัวจิ๋วเดียว สัดส่วนไม่เข้ากับวงเวียนที่ใหญ่เบ่อเร่อ
ดูเผิน ๆ เหมือนเป็นซากจิ้งจกตากแห้ง ….
ตายแหงแก๋ไปแปะไว้บนวงเวียน

ก็เลยต้องวิ่งข้ามถนน เข้าไปถ่ายใกล้ ๆ แทน
เป็นวงเวียนที่ข้ามถนนได้ยากมาก ก
และพึ่งสังเกตุเห็นว่าเป็นวงเวียนที่รถในวงเวียนจะต้องจอดชลอให้รถนอกวงเวียนไปก่อน … แปลก

วงเวียนที่ 5 : วงเวียนอนุสรณ์สถานเหมืองแร่ภูเก็ต ( ชาวบ้านเรียกว่า วงเวียนสะพานหิน )

วงเวียนนี้อยู่ตรงสวนสาธารณะสะพานหิน
คนต่างจังหวัดมักคิดว่า ไอ่ขาว ๆ นั่นเป็นรูปเปลือกหอย
ชาวต่างชาติบางคน คิดว่าเป็น รูปฝาชักโครก


จริง ๆ แล้วมันคือ รูปเครื่องมือร่อนแร่ดีบุก ….
เด็กภูเก็ตทุกคนสมัยก่อน มักมีความหลังกับอนุสาวรีย์นี้
คือ .. พ่อแม่ต้องเคยพาไปปล่อยให้ปีนเล่นสไลด์ลงมา
เพราะว่า สมัยก่อนยังไม่มี โลตัส Big C แมคโดนัลด์
ให้พาลูกไปเล่น ..

วงเวียนที่ 6 : วงเวียนเมืองทอง

เป็นวงเวียนที่อาจหายากหน่อย
เพราะอยู่ ถนนพัฒนาท้องถิ่นทางไปจุดชมวิวเขาขาด และจุดชมวิวคลองมุดง
เมื่อก่อนเป็นเพียง การเอาถังปูนซีเมนต์กลม ๆ มาวางไว้ตรงกลาง
ตอนนี้ปรับปรุงขึ้นมาดีหน่อย … แต่ยังไม่เสร็จเรียบร้อยดี

วงเวียนที่ 7 : วงเวียนกะรนราษฏร์สุขสันต์ ( ชาวบ้านเรียกว่า วงเวียนกะรน )

แม้แต่คนภูเก็ตเองก็แทบไม่มีใครรู้จักชื่ออย่างเป็นทางการของวงเวียนนี้
เนื่องจากว่าป้ายชื่อวงเวียน ..
ถูกติดตั้งอยู่ภายในวงเวียน ซึ่งแปลกดี ไม่ทราบเหตุผลว่าทำไม

อีกทั้ง การออกแบบก็แปลก
เป็นรูปชาวบ้านซึ่งดูขัด ๆ กับภาพลักษณ์ของเมืองชายทะเล
แต่เราก็พึ่งรู้วันที่ไปถ่ายนี่หละ เพราะว่าเค้ามีป้ายรายละเอียด Concept การสร้างวงเวียนนี้
เช่นเดิม .. ติดอยู่ข้างในวงเวียน

เค้าบอกว่า ก่อสร้างเป็นรูปบรรพบุรุษของชาวกะรน
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวไร่ ชาวสวน ชาวนา และชาวประมง
ปัจจุบันลูกหลานเลิกทำอาชีพนี้กันไปเกือบหมดแล้ว
หันไปขับ Taxi เฝ้าเตียงผ้าใบชายหาด และทำท่องเที่ยวกันหมด

เค้าเลยทำมาให้ลูกหลานรำลึกถึง
เช่นกัน .. เป็นหนึ่งวงเวียนที่ถ่ายยากมาก เพราะว่า ฉากหลังรกมาก
ลมก็แรงจัด
พัดเอาขาตั้งกล้องสั่น … ถ่ายลำบากจัง

วงเวียนที่ 8 : วงเวียนเกาะสิเหร่

ไม่มีรูปมาโชว์นะจะ .. เนื่องจากเค้าปิดปรับปรุงอยู่
เอาสังกะสีเก่า ๆ มาล้อมรอบวงเวียนหมดเลย

ข้ามไปวงเวียนสุดท้ายก็แล้วกัน

คันปาก ขอโม้หน่อย ….
วงเวียนนี้เป็นวงเวียนสุดยอดในใจเรา ……
เพราะต้องผ่านทุกวันตอนไปทำงาน
ไม่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ แต่เราเรียกว่า …. วงเวียนวัดใจ
เพราะต้องใจถึง ถึงจะผ่านวงเวียนนี้ไปได้โดยเฉพาะช่วงเวลา Rush Hours ….

และสืบเนื่องจากปัญหาจราจร
และผู้ใช้ถนนต้องวัดใจกันบ่อย ๆ …..
ก็เลยเป็นวงเวียนที่ถูกทุบแล้วสร้าง สร้างแล้วรื้อบ่อย ๆ
จากวงเวียนน้ำพุ ถูกทุบยุบเหลือเพียงกระถางต้นเฟื่องฟ้าง่อย ๆ ที่มีแต่ใบ
เพื่อขยายให้วงเวียนใหญ่ขึ้น รองรับปริมาณรถให้ลื่นไหล …
ใช้ไปชั่วระยะเวลานึง
แต่ไม่ work ….

ก็เลยเอากระถางเฟื่องฟ้าออก …
เปลี่ยนเป็นเสาไฟจราจรสีดำอยู่ตรงกลางวงเวียน
มีไฟจราจรทั้ง 4 หน้า เหมือนพระพรหม
ใช้ไปชั่วระยะเวลานึง
แต่ไม่ work …

ไฟจราจร 4 หน้าพระพรหมถูกย้ายทิ้ง ….
เปลี่ยนเป็นไฟจราจรริมถนนทุกแยกอย่างเป็นทางการพร้อมเลขนับ ถอยหลัง
แบบในกรุงเทพฯ ดู Hi-Tech ซึ่งน่าจะดี
ใช้ไปชั่วระยะเวลานึง
แต่ไม่ work …

ต่อมาดับสัญญานไฟจราจร
ถอนเสาออก
ใช้่ตำรวจจราจรไปอยู่ตรงกลางวงเวียนหนึ่งคน
พร้อมที่เหลือยืนแต่ละแยก … มาช่วยกันโบก
เห็นแล้วสงสารจราจร และเหนื่อยแทน
แต่ไม่ work …
เพราะตำรวจจราจร ก็เหนื่อยเป็น

สุดท้ายเปลี่ยนมาเป็นแบบที่เห็น
พร้อมติดตั้งอุปกรณ์คลาสสิคของตำรวจจราจรไทย
ซึ่งแก้ปัญหาได้ทุกจุด ทุกถนนในประเทศไทย
นั่นคือ …… กรวยจราจร

วงเวียนที่ว่านี้ก็คือ … แต่น แตน แต๊น น น น น น

วงเวียนที่ 9 : วงเวียนห้าแยกฉลอง

จบสักที …. ง่วงนอน
ขอไปหลับก่อน …

เย็นย่ำ … ณ. ถนนถลาง


สาว ART เก๋ไก๋เดียวดายอย่างเรา
ค่ำ ๆ วันนี้ไปเดินเที่ยวถ่ายรูปที่ไหนดีน้อ ..
นึกไปนึกมา … ไปเดินเล่น ถนนถลางอันแสนจะโด่งดังของเมืองภูเก็ตดีกว่า

…..




ผ่านก็ออก บ๊อย บ่อย …
แต่ไม่เคยไปเดินเล่นดี ๆ สักกะที

ผ่านทีไรก็เห็นนักท่องเที่ยว วิ่งถ่ายรูปกันเป็นที่สนุกสนาน
พอเรามาเดินถ่ายรูปเอง …
ทำตัวเป็นนักท่องเที่ยว …. เออ ก็เข้าทีดีนิ

…..

อุ้ย ๆ รถเก่า
หนู ช๊อบ ชอบ ขอเข้าไปถ่ายหน่อย


ชอบจัง ร้านรวงเก่า ๆ
ร้านขายยา ร้านขายผ้า ร้านขายหนังสือ
……

บางส่วนก็เซ้งต่อ ..
กลายมาเป็น ร้านกาแฟเก๋ ๆ ร้านขายสุราเท่ห์ ๆ

เอ๊ะ! นั่นใครคุ้น ๆ

อ้อ โก้กิต นั่นเอง
Interior Designer ฝีมือฉกาจ …

ผู้ออกแบบตกแต่งภายในให้โครงการ Two Villas Holiday ของเรา
มาแอบนั่งชิล ๆ จิบชาเขียวหลังเลิกงาน ที่นี่เอง ..

เข้าไปสวัสดีแกหน่อย …
สวัสดีคะ .. ป๋าขา เอ้ย ! ไม่ใช่ พี่กิตขา

ทักทายกันสนุกสนาน ..
แกบอกว่า …. จะไปถ่ายไหนก็ไป

หากหิวน้ำ
ให้มาหาแกที่นี่ แกจะเลี้ยง
ก็ปล่อยให้แกจิบชาเขียวกรึ่ม ๆ ของแกต่อไป …


เร่ิมค่ำแล้ว
ไฟถนนเปิดแล้ว ฟ้าเริ่มสวย

ถ่ายยิ่งมันส์




และขอจบด้วยรูปนี้ก็แล้วกัน

เริ่มหิวน้ำแล้ว ..
กลับไปหา โก้กิต
ให้แกเลี้ยง เหล้าปั่น เอ้ย ! น้ำปั่นหน่อยดีกว่า …

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.